คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในฐานะคณะกรรมการชุดย่อยที่มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานนโยบาย ได้ทำหน้าที่กำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลของบริษัทฯ ในทุกมิติอย่างใกล้ชิด โดยในปีที่ผ่านมา คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ทบทวนและปรับปรุงนโยบายที่เกี่ยวเนื่องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและนโยบายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งในการนำพาองค์กรไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด (KPIs) ที่ชัดเจน
เพื่อให้ทุกหน่วยธุรกิจมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านแผนปฏิบัติการ Decarbonization Pathway โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2573 ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (Nationally Determined Contributions) นอกจากนี้ เรายังได้วางรากฐานเรื่อง Green Procurement ไว้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร เพื่อมุ่งสร้างเครือข่ายคู่ค้าที่พร้อมส่งมอบสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าไปพร้อมกันอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทสิงห์ เอสเตท
ยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
ตามเป้าหมายการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
อันเห็นได้จากกิจกรรมระดับสากลหลายโครงการที่กลุ่มบริษัทผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
อาทิ โครงการ CROSSROADS ณ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ที่สามารถธำรงสถานะการเป็นพื้นที่อนุรักษ์นอกเขตคุ้มครอง หรือ Candidates OECMs (Other Effective Area-Based Conservation Measures) 2 ปีซ้อน
ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ระบบนิเวศทางทะเลอันทรงคุณค่ากว่า 1.7 ล้านตารางเมตร ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของกลุ่มบริษัทในการพิทักษ์ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลให้คงอยู่สืบไป และยังเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า กลุ่มบริษัทในฐานะของภาคเอกชนมีบทบาทนำในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระดับนานาชาติได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดรับกับเป้าหมาย 30x30 ภายใต้กรอบความหลากหลายทางชีวภาพโลก (Global Biodiversity Framework)
ในมิติสังคมและการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน บริษัทฯ มุ่งมั่นส่งเสริมการสร้างงานและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยในปีที่ผ่านมา โครงการนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง มีบทบาทช่วยส่งเสริมการจ้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ จากการรองรับการลงทุนของผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอาหาร
ส่งผลให้เกิดการจ้างงานแก่คนในชุมชนรอบข้าง ทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานในท้องถิ่น และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับครัวเรือนในระยะยาว ในขณะเดียวกันธุรกิจโรงแรม ยังได้สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาชุมชนและพิจารณาคัดเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นบริการที่ส่งมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์แก่ลูกค้า ซึ่งนอกจากจะเป็นการเชิดชูอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่แล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและลดการย้ายถิ่นฐานของประชากร อันสะท้อนถึงปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อสังคมและการเติบโตอย่างเกื้อกูลไปพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง
ด้านบรรษัทภิบาลและการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้กำกับดูแลและติดตามผลการปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัดและเป็นระบบ โดยยึดถือความโปร่งใสและตรวจสอบได้เป็นบรรทัดฐานสำคัญ พร้อมทั้งมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านการฝึกอบรมด้านจริยธรรมทางธุรกิจและ
การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันให้แก่บุคลากรและคู่ค้าในทุกระดับของห่วงโซ่ธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ซื่อสัตย์สุจริตและปฏิเสธการทุจริตในทุกรูปแบบ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นรากฐานของการดำเนินกิจการที่ดี แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่า 'ความไว้วางใจ' (Trust) คือคุณค่าหลักและรากฐานอันแข็งแกร่งที่สนับสนุนให้เราเติบโตอย่างมั่นคงและได้รับความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเสมอมา
ด้วยความทุ่มเทในการวางรากฐานและการปฏิบัติงานอย่างจริงจัง ส่งผลให้ในปี 2568 สิงห์ เอสเตท
ประสบความสำเร็จในการได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับ "AAA" ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ความสำเร็จในครั้งนี้มิใช่เพียงรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ แต่เป็นประจักษ์พยานสำคัญที่ยืนยันถึงความสำเร็จในการหลอมรวมแนวคิด ESG เข้าเป็นเนื้อเดียวกับกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง และจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เราไม่หยุดนิ่งที่จะยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
สุดท้ายนี้ ในนามของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เราขอให้คำมั่นว่าจะยังคงมุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจบนรากฐานของความสมดุล โดยดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม
สิ่งแวดล้อม และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล เพื่อนำพาองค์กร
สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนให้สามารถก้าวไปข้างหน้าและเติบโตอย่างมั่นคง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป