• Home page
  • Blogs Room
  • สิงห์ เอสเตท มองการณ์ไกล ปรับแผนพร้อมรับมือ Carbon Tax ใต้กลยุทธ์ Climate Resilience Model
19 Jan 2026

สิงห์ เอสเตท มองการณ์ไกล ปรับแผนพร้อมรับมือ Carbon Tax ใต้กลยุทธ์ Climate Resilience Model

สิงห์ เอสเตท มองการณ์ไกล ปรับแผนพร้อมรับมือ Carbon Tax ใต้กลยุทธ์ Climate Resilience Model

ในวันที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก การลงทุน และการผลิตของหลายประเทศต้องเผชิญกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น สิงห์ เอสเตท มองการณ์ไกล พร้อมรับมือ Carbon Tax ด้วยกลยุทธ์ Climate Resilience Model ที่ก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573 อย่างมั่นคง

ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนทุกกระบวนการธุรกิจ เพื่อนำไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในการจำกัดการปล่อยคาร์บอนของประเทศ (NDC) ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 40 ภายในปี 2573 และสอดคล้องกับกลไกภาษีคาร์บอน(Carbon Tax) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในปี 2567 กลุ่มบริษัทฯ สามารถลดการปล่อยคาร์บอนขอบเขตที่ 1 และ 2 จากปีฐาน ซึ่งดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ลดลง 9.46% เมื่อเทียบกับ BAU ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ได้เร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังคงเข้าร่วมเป็นองค์กรสมาชิกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน และยังคงเจตนารมณ์ว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อการลดการปล่อยคาร์บอนและร่วมลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ดังนี้

  • Climate Emergency รับมือวิกฤติสภาพภูมิอากาศด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน สิงห์ เอสเตท ในฐานะสมาชิกสมาคม GCNT จะร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ในการเพิ่มมาตรการและแนวทางรับมือกับความท้าทายดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลก
  • Measure GHG Emissions วัดผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรับรู้และหาวิธีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเป็นประจำ เพื่อความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสังคม
  • Take Action to Reduce GHG Emissions ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเต็มที่ทุกกระบวนการธุรกิจ ตั้งแต่การปรับปรุงกระบวนการใช้พลังงาน การเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอน ไปจนถึงการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
  • Net Zero พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินปี 2613 (ค.ศ. 2070) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลก และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่อคนรุ่นต่อไป

“รับมือวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน” การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีอยู่จริงและเป็นสถานการณ์วิกฤติ (Climate Emergency) สิงห์ เอสเตท ในฐานะสมาชิกสมาคม GCNT จะร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย ทุกภาคส่วน ในการเพิ่มมาตรการและแนวทางรับมือกับความท้าทายดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลก

“วัดผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดอย่างมีประสิทธิภาพ” สิงห์ เอสเตท มีการวัดและติดตามผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Measure GHG Emissions) จากทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อรับรู้และหาวิธีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมี ประสิทธิภาพ พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเป็นประจำ เพื่อความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสังคม

“ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเต็มที่ ทุกกระบวนการธุรกิจ” สิงห์ เอสเตท มุ่งมั่นดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Take Action to Reduce GHG Emissions) ตั้งแต่การปรับปรุงกระบวนการใช้พลังงาน การเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอน ไปจนถึงการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050)” สิงห์ เอสเตท ให้คำมั่นสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินปี 2613 (ค.ศ. 2070) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลก และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่อคนรุ่นต่อไป

Share :