- Home page
- Blogs Room
- สิงห์ เอสเตท มองการณ์ไกล ปรับแผนพร้อมรับมือ Carbon Tax ใต้กลยุทธ์ Climate Resilience Model
สิงห์ เอสเตท มองการณ์ไกล ปรับแผนพร้อมรับมือ Carbon Tax ใต้กลยุทธ์ Climate Resilience Model
ในวันที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก การลงทุน และการผลิตของหลายประเทศต้องเผชิญกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น สิงห์ เอสเตท มองการณ์ไกล พร้อมรับมือ Carbon Tax ด้วยกลยุทธ์ Climate Resilience Model ที่ก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573 อย่างมั่นคง
ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนทุกกระบวนการธุรกิจ เพื่อนำไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในการจำกัดการปล่อยคาร์บอนของประเทศ (NDC) ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 40 ภายในปี 2573 และสอดคล้องกับกลไกภาษีคาร์บอน(Carbon Tax) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ในปี 2567 กลุ่มบริษัทฯ สามารถลดการปล่อยคาร์บอนขอบเขตที่ 1 และ 2 จากปีฐาน ซึ่งดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ลดลง 9.46% เมื่อเทียบกับ BAU ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ได้เร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังคงเข้าร่วมเป็นองค์กรสมาชิกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน และยังคงเจตนารมณ์ว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อการลดการปล่อยคาร์บอนและร่วมลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ดังนี้
- Climate Emergency รับมือวิกฤติสภาพภูมิอากาศด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน สิงห์ เอสเตท ในฐานะสมาชิกสมาคม GCNT จะร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ในการเพิ่มมาตรการและแนวทางรับมือกับความท้าทายดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลก
- Measure GHG Emissions วัดผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรับรู้และหาวิธีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเป็นประจำ เพื่อความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสังคม
- Take Action to Reduce GHG Emissions ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเต็มที่ทุกกระบวนการธุรกิจ ตั้งแต่การปรับปรุงกระบวนการใช้พลังงาน การเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอน ไปจนถึงการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
- Net Zero พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินปี 2613 (ค.ศ. 2070) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลก และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่อคนรุ่นต่อไป

“รับมือวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน” การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีอยู่จริงและเป็นสถานการณ์วิกฤติ (Climate Emergency) สิงห์ เอสเตท ในฐานะสมาชิกสมาคม GCNT จะร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย ทุกภาคส่วน ในการเพิ่มมาตรการและแนวทางรับมือกับความท้าทายดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลก

“วัดผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดอย่างมีประสิทธิภาพ” สิงห์ เอสเตท มีการวัดและติดตามผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Measure GHG Emissions) จากทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อรับรู้และหาวิธีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมี ประสิทธิภาพ พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเป็นประจำ เพื่อความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสังคม

“ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเต็มที่ ทุกกระบวนการธุรกิจ” สิงห์ เอสเตท มุ่งมั่นดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Take Action to Reduce GHG Emissions) ตั้งแต่การปรับปรุงกระบวนการใช้พลังงาน การเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอน ไปจนถึงการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050)” สิงห์ เอสเตท ให้คำมั่นสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินปี 2613 (ค.ศ. 2070) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลก และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่อคนรุ่นต่อไป
