• Home page
  • Blogs Room
  • "Love of Life" รักชีวิตผู้อยู่ รักษ์ชีวิตต้นไม้ใหญ่ อาคารหลังใหม่กับต้นไม้ต้นเก่า
15 Nov 2024

"Love of Life" รักชีวิตผู้อยู่ รักษ์ชีวิตต้นไม้ใหญ่ อาคารหลังใหม่กับต้นไม้ต้นเก่า

"Love of Life" รักชีวิตผู้อยู่ รักษ์ชีวิตต้นไม้ใหญ่ อาคารหลังใหม่กับต้นไม้ต้นเก่า
การใช้ชีวิตตามวิถีของคนเมืองยุคสมัยใหม่ ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอตึกสูงที่รายล้อมแทบจะทุกองศา จนทำให้เริ่มห่างไกลธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว สร้างความรู้สึกเหี่ยวเฉา ไม่มีชีวิตชีวา และนำมาสู่คุณภาพชีวิตที่แย่ลง
แต่ชีวิตของคุณจะดีมากแค่ไหน หากได้อยู่อาศัยและใช้ชีวิตอย่างใจปราถนาในอาคารหลังใหม่ที่ออกแบบผ่านกระบวนการคิดมาเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งที่สิงห์ เอสเตทใส่ใจและให้ความสำคัญกับการคงไว้ซึ่งธรรมชาติอันสงบและร่มรื่น เพื่อให้ความเขียวขจีของต้นไม้ช่วยผ่อนคลายและบำบัดทั้งกายและใจ ช่วยเสริมสร้างความสุขในทุกช่วงเวลาของผู้อยู่อาศัยได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
ด้วยแนวคิด ‘Biophilic Design’ การออกแบบที่รักทั้งผู้อาศัย และรักษ์ไว้ซึ่งความสมดุลของธรรมชาติในพื้นที่เดิม ให้ผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อาศัย ให้ธรรมชาติช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและใจที่ดี แต่ยังคงใช้งานได้จริงอย่างมีคุณค่า
กว่าร้อยละ 100 ที่การพัฒนาโครงการของเรามีการรักษาต้นไม้ยืนต้นและออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ เพราะสิงห์ เอสเตทได้คำนึงถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อม ๆ กัน เราจึงใส่ใจในแนวคิดการออกแบบที่คำนึงในทุกมิติของการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเชื่อมโยงวิถีชีวิตแบบคนยุคใหม่และความงดงามของธรรมชาติให้เป็นหนึ่งเดียวกันในทุก ๆ โครงการ จนสามารถเรียกได้ว่าเป็น ‘Love of Life’ ในแบบฉบับของสิงห์ เอสเตทเลยก็ว่าได้
‘Biophilic Design’ คือแนวคิดการออกแบบที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติที่มีอยู่เดิม โดยให้ความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว เป็นผู้กำหนดแนวทางการออกแบบอาคาร เพื่อสร้างคุณค่าที่แปลกใหม่ให้กับงานดีไซน์ แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติ และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีแก่ผู้อาศัย
โดยหลักการออกแบบของ Biophilic Design นั้นมี 6 องค์ประกอบที่เป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น  1. Environmental Features การใช้ลักษณะเด่นของธรรมชาติที่มีให้เกิดประโยชน์  ไม่ว่าจากต้นไม้ สัตว์ หรือวัสดุจากธรรมชาติ เช่น สี น้ำ และแสงแดด เพื่อสร้างความรู้สึกแก่ผู้อาศัยให้เป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติ
2. Natural Shapes and Forms การใช้รูปทรงสุดยูนีคที่ธรรมชาติรังสรรค์มา โดยไม่เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขจากเดิม
3. Natural Patterns and Processes การคงไว้ซึ่งความงามและรายละเอียดของธรรมชาติ  
4. Light and Space การมีแสงเงาจากธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว นับเป็นหัวใจหลักของการออกแบบเพื่อส่งเสริมความรู้สึกผ่อนคลายในการอาศัย และเชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัว 
5. Place-Based Relationship ให้สถานที่เป็นจุดเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบของวิถีชีวิตและธรรมชาติ
6. Evolved Human-Nature Relationships เชื่อมต่อและสร้างความสัมพันธ์ของผู้อาศัยให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองในแบบที่ดีกว่า
ทุกองค์ประกอบล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการเชื่อมต่อผู้คนกับธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน พร้อมให้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีกว่าในทุกมิติ ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต ไปจนถึงสุขภาพกายและใจ
เมื่อให้ธรรมชาติเป็นหัวใจหลักของการออกแบบและเชื่อมต่อกับผู้อาศัยให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อเสริมสร้างคุณภาพวิถีชีวิตของคนเมือง จึงเป็นที่มาของความสำเร็จของโครงการทั้งหมด ที่ได้พัฒนาผ่านกระบวนการคิดทีใส่ใจ ซึ่งร้อยละ 100 ของโครงการที่เราพัฒนาออกแบบให้ต้นไม้และธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งอย่างลงตัว และสามารถรักษาต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่เดิมไว้ได้กว่า 33 ต้น เพื่อนำไปสู่แนวคิดแห่งการออกแบบที่ยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
ตัวอย่าง 3 โปรเจคที่สิงห์ เอสเตทภูมิใจและได้สร้างคุณค่าให้กับทุกชีวิต
🔘 Singha Complex โครงการมิกซ์ยูสที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ที่ยังคงเก็บต้นจามจุรี หรือต้นก้ามปูที่อยู่คู่ย่านอโศกมาอย่างยาวนาน
🔘 โครงการ S-OASIS สำนักงานอัจฉริยะในฝันของคนรุ่นใหม่ที่ออกแบบให้รองรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเรารักษาพื้นที่สีเขียวเดิมไว้ และยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวในออฟฟิศด้วยพื้นที่สำหรับปลูกไม้ยืนต้นกว่า 600 ตร.ม. รวมถึงนอกอาคารด้วย
🔘 SIRANINN โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury ที่ตั้งบนทำเลใจกลางเมือง ที่ออกแบบเพื่อรักษาต้นจามจุรีต้นเดิมในโครงการ เพื่อรักษาธรรมชาติเดิมไว้ พร้อมกับสิ่งปลูกสร้างใหม่อย่างลงตัว
แนวคิดของสิงห์ เอสเตท ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาต้นไม้เดิมของพื้นที่ไว้ แต่เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาและออกแบบโครงการต่าง ๆ ของเราและรักษาทรัพยากรเดิมที่มีให้เติบโตไปพร้อมกัน เพื่อสร้างคุณค่าให้กับทั้งธรรมชาติและผู้อาศัย และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างมั่นคงและแข็งแรง เปรียบดังรากฐานของต้นไม้ใหญ่
การได้ใช้ชีวิตอยู่ในอาคารดีไซน์ทันสมัย และรายล้อมไปด้วยความร่มรื่นและความสดชื่นของธรรมชาติ นอกจากจะทำให้ได้บรรยากาศแปลกใหม่ที่หาไม่ได้ในสังคมเมืองแล้ว การได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสอดคล้องและเป็นหนึ่งเดียวกัน นำมาสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมความเป็นอยู่ของผู้อาศัยให้ดีขึ้นอย่างรอบด้าน ทั้งสุขภาพกายและจิตใจ สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และที่สำคัญคือการสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ และนำไปสู่การเป็น Wellness Lifestyle อย่างสมบูรณ์แบบ
ทุกโครงการของสิงห์ เอสเตท เราจึงให้ความสำคัญกับการรักษาธรรมชาติ ดูแลต้นไม้ให้อยู่บนพื้นที่เดิม และเสริมด้วยการออกแบบอาคารที่อิงธรรมชาติเป็นหลักอย่างสอดคล้องกันกับผู้อาศัย เพื่อส่งเสริมความยั่งยื่นของธรรมชาติและสร้างความยั่งยืนด้านจิตใจของผู้อาศัยไปพร้อมกัน ซึ่งนอกจากการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่แล้วสิงห์ เอสเตทยังมีโครงการนวัตกรรมที่สามารถฟื้นฟูความสมบูรณ์ของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เช่น 
🔘 โครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว โดยตั้งเป้าหมายปลูกป่าในพื้นที่ 1,000,000 ตารางเมตร ภายในปี 2030 โดยจะดำเนินการปลูกป่าทั้งหมดใน 3 พื้นที่ป่า ได้แก่ ป่าต้นน้ำ ป่าในเมือง และป่าชายเลน โดยในปีที่ผ่านมาได้เริ่มปลูกไปแล้วกว่า 470 ต้น โดยร่วมกับสิงห์ปาร์ค เชียงราย ชุมชน และคู่ค้าธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่
🔘 โครงการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบันสามารถเก็บต้นไม้ใหญ่แล้วร้อยละ 63 (จำนวน 7 โครงการ จาก 11 โครงการก่อสร้าง) รวมทั้งหมด 33 ต้น
🔘 โครงการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่คุ้มครอง พื้นที่สีเขียว และความหลากหลายทางชีวภาพ ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 โดยเราดำเนินการบนพื้นฐานของปรัชญาการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล (Harmonious coexistence) และมุ่งมั่นที่จะรักษาสินทรัพย์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity asset) ให้ได้มากที่สุดต่อไปในอนาคต
Share :