https://www.singhaestate.co.th:443/en/s-blog/growth-investment-condominium

12312312

BACK
02 Dec 2019

ลงทุนคอนโดอย่างไรให้ได้ค่าเช่าสูง อย่างยั่งยืน

ช่วงที่ผ่านมาคงไม่มีการลงทุนอสังหาริมทรัพย์อันไหนที่ได้รับการพูดถึงเท่ากับการลงทุนคอนโดเพื่อปล่อยเช่าอีกแล้ว ด้วยความต้องการอยู่อาศัยคอนโดเริ่มเป็นที่ต้องการมากขึ้น ด้วยทำเลที่ดีติดระบบขนส่งสาธารณะอย่าง BTS และ MRT ในราคาที่จับต้องได้

ทำให้ช่วยลดระยะเวลาการเดินทางไปไหนมาไหนได้เป็นอย่างดีเลย ทำให้การลงทุนคอนโดเป็นที่พูดถึงอย่างมาก สำหรับคนที่ต้องการลงทุนคอนโดก็มีหลากหลายปัจจัยที่เราต้องคิดวิเคราะห์และดูให้ดีก่อนลงทุนคอนโดเช่นกัน

กฎเหล็กก่อนลงทุนคอนโดทุกครั้ง อย่าลืมลงพื้นที่สำรวจหน้างานเสมอ สมัยนี้เทคโนโลยีช่วยทำให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ๆ เรียกได้ว่าแทบจะทุกอย่างสามารถค้นหาผ่านอินเทอร์เน็ต แต่อย่างไรก็ตามในกลุ่มนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะนักลงทุนคอนโด สิ่งที่ต้องทำทุกครั้งก็คือ การลงไปดูพื้นที่ ไปสำรวจด้วยตัวเอง อย่าเพิ่งเชื่อข้อมูลที่ค้นหามาได้หรือจากปากของพนักงานขายเพียงอย่างเดียว

การลงพื้นที่จริงจะช่วยทำให้เราเห็นสภาพความเป็นจริงว่า “ราคาปล่อยเช่า” ของคอนโดแถวนั้นอยู่ที่เท่าไหร่ ทำให้เราสามารถคำนวณผลตอบแทนจากการการลงทุนได้คร่าว ๆ ว่าเป็นอย่างไร สมมติราคาตลาดที่ปล่อยเช่าห้องขนาด 35 ตารางเมตร 1 ห้องนอนอยู่ที่ 10,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นต่อปี เราก็จะได้ค่าเช่า 120,000 บาท นั่นแปลว่า ถ้าเราอยากได้ผลตอบแทน 6% เป็นอย่างน้อย ราคาที่เหมาะสมที่เราควรเข้าลงทุนคอนโดนั้นไม่ควรมากกว่า 2,000,000 บาทนั่นเอง

นอกจากห้ามลืม “คู่แข่ง” ของเราว่ามีที่ไหนบ้างแล้ว สิ่งที่เราควรจะสนใจนั่นคือ อัตราการปล่อยเช่า ลองคิดง่าย ๆ ว่าถ้าเราลงทุนคอนโดไปแล้ว ห้องแถวนั้นยังว่างอยู่เป็นจำนวนมาก ยังหาผู้เช่าไม่ได้ โอกาสที่จะเข้าลงทุนคอนโดบริเวณนั้นแล้วจะไม่มีคนเช่าก็จะมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นสูงอย่างแน่นอน 

และที่สำคัญที่สุดต้องอย่าลืมสำรวจพื้นที่ดูด้วยว่าหน้าตาของ “กลุ่มลูกค้า” ที่มีโอกาสมาเช่าเราได้นั้นมีใครบ้าง การที่เราเข้าใจลูกค้ามากเท่าไหร่ เราก็จะสามารถเลือกขนาดห้อง รวมถึงการตกแต่งเพิ่มเติมที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เรามีโอกาสปล่อยเช่าได้สูงขึ้นเหมือนกัน

ขั้นตอนสุดท้ายในการลงทุนคอนโด ถ้าเราสามารถหาห้องที่ราคาปล่อยเช่าเหมาะสมตามที่เราต้องการได้แล้ว รวมถึงผ่านการสำรวจ วิเคราะห์แล้วว่าสามารถปล่อยเช่าได้อย่างไม่มีปัญหา ก็ต้องมาดูกันต่อว่าจะ “วางดาวน์” เท่าไหร่ อย่างไร ยิ่งวางดาวน์มากเท่าไหร่ งวดการผ่อนชำระกับธนาคารก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันก็มีกระแสเรื่องการลงทุนคอนโด 0 บาทหรือก็คือ การกู้ 100% อยู่เหมือนกัน การลงทุนโดยไม่ใช้เงินตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องระวังด้วยเช่นกันว่า ภาระในการผ่อนชำระในแต่ละเดือนจะยิ่งสูงขึ้น ก็อาจจะทำให้มีผลต่อสภาพคล่องในแต่ละเดือนของเราได้เช่นกัน ดังนั้น การลงทุนคอนโด 0 บาทอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีก็เป็นไปได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าแหล่งเงินทุนที่จะนำมาวางดาวน์นั้น มาจากการเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารที่น่าจะได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนการกู้เงินเฉลี่ยขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 2.5-3% ต่อปีในช่วงโปรโมชั่น การพิจารณาวางเงินดาวน์ที่มากขึ้น อาจช่วยทำให้เรามีภาระเรื่องดอกเบี้ยที่ต่ำลงก็เป็นไปได้

SHARE