https://www.singhaestate.co.th/en/s-blog/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99

12312312

BACK
11 May 2020

นิสัยแบบนี้ เหมาะกับลงทุนอสังหาฯ แบบไหน ?

หลักการในการลงทุนอสังหาฯนั้นมีหลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในที่ดินเปล่า การลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาฯ การลงทุนเพื่อปล่อยเช่า หรือการเก็งกำไรระยะสั้น ๆ อย่างเก็งกำไรผ่านใบจองหรือเข้าประมูลทรัพย์ที่หลุดจำนองจากสถาบันการเงิน โดยการลงทุนอสังหาฯ แต่ละรูปแบบก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุด คือ การลงทุนที่เหมาะกับตัวเรา 
ทีนี้ก็กลับมาคำถามที่ว่าแล้วเราจะเลือกลงทุนอสังหาฯ รูปแบบไหนถึงเรียกว่าดีที่สุด ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่มีการลงทุนอสังหาฯ รูปแบบไหนที่ดีที่สุด มีแต่การลงทุนที่เหมาะกับตัวเรามากเท่าที่สุดเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการลงทุนเพื่อสร้าง “กระแสเงินสดรับ (Cash Inflow)” แน่นอนว่าการลงทุนอสังหาฯ ที่เหมาะที่สุดก็คงเป็นการปล่อยเช่า

แต่ถ้าเราต้องการกำไรสั้น ๆ ไม่ชอบการรอกระแสเงินสด ก็อาจจะต้องมองไปที่การลงทุนรีโนเวท (Renovate) พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แล้วจากนั้นก็นำออกมาขายในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งก็เป็นวิธีการที่ช่วยมูลค่าเพิ่มได้เป็นอย่างดี โดยสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดได้ว่าเราควรลงทุนอสังหาฯ รูปแบบไหนก็คือ “เป้าหมายในการลงทุน” ของตัวเราที่ทำหน้าที่เป็นตัวกรองชั้นเลิศ

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะต้องดูความถนัดของตัวเราด้วย 
นอกเหนือจากความรู้ความชำนาญ ประสบการณ์ที่เราต้องมีแล้ว สิ่งหนึ่งที่อยากให้นักลงทุนอสังหาฯ ทุกท่านต้องระวังก็คือ จะต้องลงทุนอสังหาฯ ที่ใดก็ต้องมั่นใจว่าสามารถลงพื้นที่ (Ground Research) สามารถเข้ามาดูแลได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถเข้ามาจัดการปัญหาหน้างานได้ทันทีเมื่อมีเหตุจำเป็น

หลาย ๆ คนที่เพิ่งเข้ามาลงทุนอสังหา ฯ มักจะชอบคิดว่าการลงทุนอสังหาฯ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ลงทุนเพื่อกินค่าเช่า ซึ่งมักจะถูกมองว่าง่ายและไม่ต้องดูแลอะไรมาก เป็นเสือนอนกินค่าเช่าไปเรื่อย ๆ แต่ในความจริงนั้นเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามเลยก็ว่าได้ เพราะก่อนที่เราจะซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้สักแห่งหนึ่ง เราต้องเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า “ทำเล” ของอสังหาริมทรัพย์ที่เรากำลังจะลงทุนด้วยเสมอ เพราะทำเลเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ละทำเลมีลักษณะเฉพาะ มีกฎหมายเฉพาะในแต่ละพื้นที่ รวมถึงสีของพื้นที่ที่กำหนดจากกรมผังเมืองก็เป็นตัวกำหนดความสามารถของทำเลดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้หลังจากที่ลงทุนไปแล้ว ก็จำเป็นต้องเข้ามาดูแลเรื่อย ๆ เพราะการลงทุนอสังหา ฯ มีปัญหาในรูปแบบของตัวมันเองเช่นกัน ในกรณีที่เราลงทุนแบบปล่อยเช่า ไม่ว่าจะเก็บเงินผู้เช่าไม่ได้ ติดต่อผู้เช่าไม่ได้ ผู้เช่าทำห้องเราเสียหายเกินวงเงินประกันเรา ฯลฯ

ดังนั้น เราต้องมั่นใจว่าเราสามารถเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวได้ง่าย มีถนัด มีความเข้าใจสภาพความเป็นอยู่บริเวณนั้นประมาณนึง อย่างเช่น เรารู้ว่าถ้าต้องการเดินทางเข้าเมืองต้องไปอย่างไร เวลาจะหาอาหารทานต้องเดินไปทางไหน หรือถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลหรือสถานีตำรวจไปทางไหนถึงจะเร็วที่สุด ยิ่งเรามีความชำนาญในพื้นที่นั้นเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะขาดทุนก็จะยิ่งมีน้อยเพราะเราจะสามารถประเมินได้คร่าว ๆ เลยว่า “ทำเล” นี้ ถ้าลงทุนเพื่อปล่อยเช่าแล้วใครจะมาเป็นผู้เช่า รวมไปถึงคู่แข่งบริเวณนั้นมีใครบ้าง ปล่อยอยู่ห้องละเท่าไหร่ ขนาดเท่าไหร่ แล้วเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่เรากำลังลงทุนอยู่ เรามีความได้เปรียบหรือไม่ ถ้าเราสามารถประเมินได้ก็จะมีโอกาสเข้าลงทุนในสถานะที่ได้เปรียบมากกว่าคู่แข่งนั่นเอง ก่อนลงเงินทุกครั้ง ต้องลงแรงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดีที่สุดเสมอ

โดยสรุปแล้วการลงทุนอสังหา ฯ ที่เรียกว่าทำเลที่ดีของเรา อาจจะไม่ได้ดีสำหรับคนอื่น นั่นก็เพราะว่า ความคุ้นเคยและความถนัดของพื้นที่ไม่เหมือนกัน การลงทุนอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสในทุกทำเลและมีรูปแบบการทำกำไรที่แตกต่างกัน การลงทุนอสังหา ฯ เราอาจจะสามารถชำนาญได้ทุกทำเล ทุกแบบการลงทุน ดังนั้นอย่าลืมดูว่าเราเก่งแบบไหน ถนัดแบบไหน แล้วทำเลที่เราคุ้นเคยนั้นเหมาะกับการลงทุนแบบใด เมื่อเราจับทั้งสองด้านมาเจอกันได้ การลงทุนอสังหา ฯ นั้นก็จะเป็นการลงทุนที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเรานั่นเอง
 

SHARE