https://www.singhaestate.co.th/th/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3

12312312

chairman

สารจากประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ในนามของคณะกรรมการ และผู้บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนิน กิจการด้วยความมั่นคง ซึ่งเกิดจากการดำเนินการตาม วิสัยทัศน์ และกลยุทธ์ที่บริษัทฯ ได้วางไว้เป็นรากฐาน ครอบคลุมทุกมิติทั้งด้านธุรกิจที่สร้างผลกำไรอย่าง ต่อเนื่องจากการผสมผสานโครงสร้างรายได้จากธุรกิจ การพัฒนาที่พักอาศัย ธุรกิจอาคารสำนักงาน และ ธุรกิจโรงแรม การลงทุนและการหาธุรกิจใหม่ที่มี ศักยภาพเพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การบริหาร การเงินอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการเติบโต ของธุรกิจ การบริหารทรัพยากรมนุษย์อันเป็นปัจจัย สำคัญที่ผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ การสร้างแบรนด์ ให้เป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือ รวมถึงการยึดมั่นในหลัก การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนั้น ปี 2562 จึงนับเป็นปีที่ประสบความสำเร็จ อีกปีหนึ่งของบริษัทฯ ที่สามารถดำเนินการได้บรรลุ เป้าหมายที่วางไว้ในทุก ๆ ด้าน


มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ พัฒนาธุรกิจบนปรัชญาของการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลในด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการกำกับดูแลดี ตามหลักบรรษัทภิบาล เพื่อสร้างความสมดุลและคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับ ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนา อย่างยั่งยืนได้กำหนดเป้าหมายและแนวทางการทำงานให้กับทุกภาค ส่วนในองค์กร โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานที่สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDG) ขององค์การสหประชาชาติ ที่นอกเหนือจากการอนุรักษ์และฟื้นฟู แนวปะการังซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องทุกปีแล้ว ในปีนี้ โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย ยังประสบความสำเร็จในการเป็นโรงแรมที่มี การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral) ซึ่งจะเป็น แบบอย่างการบริการจัดการก๊าซเรือนกระจกสำหรับธุรกิจอื่น ๆ ภายใต้ ความดูแลของบริษัทฯ ต่อไปในอนาคต

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะผนวกการดำเนินงานด้วยรับผิดชอบให้เป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการธุรกิจ (SD In-Process) เน้นการลดผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในความดูแล ของเราอย่างการลดและกำจัดของเสียจากการก่อสร้างและการใช้ ประโยชน์ภายในอาคารสำนักงาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ของบริษัทฯ สามารถเกื้อหนุนกันได้อย่างครบถ้วนในทุกมิติ การดำเนินงาน ดังกล่าวจะต้องประสานแรงกันภายในห่วงโซ่ธุรกิจมากยิ่งขึ้น ต้องทำงานร่วมกับผู้รับเหมาอย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบผลกระทบ จากการก่อสร้างโครงการต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกัน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงกำหนดมาตรฐาน ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของ ผู้รับเหมาให้เป็นไปตามมาตรฐานของเรานอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคาดหวังให้การเข้าไปลงทุนในแต่ละพื้นที่ของเรา สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต กระจายรายได้และสร้างเศรษฐกิจ ชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แบ่งปันคุณค่าและเติบโตไปพร้อม ๆ กับ บริษัทฯ อย่างยั่งยืน

จากความแน่วแน่และจริงจังที่จะดำเนินธุรกิจไปพร้อม ๆ กับปรัชญา ความยั่งยืนของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องนี้ ส่งผลให้ปี 2562 บริษัทได้รับ คัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีรายช่ืออยู่ในกลุ่ม “หุ้นยั่งยืน” หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2562 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการเข้าร่วมประเมิน เป็นครั้งแรกอีกด้วย ความสำเร็จดังกล่าวนับเป็นก้าาวที่สำคัญสู่การเป็น Global Holding Company ชั้นนำที่ได้รับการยอมรับจากผู้มีส่วนได้เสีย ในอนาคต และปีนี้จะเป็นปีแรกที่บริษัทฯ จัดทำรายงานการพัฒนา อย่างยั่งยืนแยกจากรายงานประจำปี เพื่อการเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไป ตามมาตรฐานที่สากลยอมรับ และพัฒนาการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ให้ดียิ่งขึ้นไป

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนากลไกการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง เช่น การกำกับดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วม โดยยึดหลัก ความเท่าเทียมของผู้ถือหุ้น การกำหนดนโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นต้น และยังได้รับรางวัล CG ระดับห้าดาว ซึ่งสะท้อนถึงการเป็น บริษัทที่มีหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ทั้ง 2 รางวัลนี้ถือเป็นกำลังใจที่ทำให้ บริษัทฯ รักษามาตรฐานในการดำเนินกิจการและเดินหน้าเพื่อสร้าง คุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อไป


ความสำเร็จท่ามกลางภาวะชะลอตัวในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ผลประกอบการจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2562 ในภาพรวม เติบโตเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งเกิดจากผลกำไรของธุรกิจพัฒนา ที่พักอาศัยและอาคารสำนักงาน ถึงแม้ว่าธุรกิจโรงแรมจะได้รับผล กระทบจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินที่เกิดขึ้นเพียงคร้ังเดียวก็ตาม

สำหรับปี 2562 ภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยของประเทศ มีการเติบโตลดลงจากปี 2561 ทั้งด้านจำนวนหน่วยที่ลดลงประมาณ ร้อยละ 5 และมูลค่าโครงการลดลงร้อยละ 16 ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก ท้ังทางตรง ได้แก่ มาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value : LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย และทางอ้อม ได้แก่ ภาวะ เศรษฐกิจโลกที่ถดถอยจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและ สาธารณรัฐประชาชนจีน ฉุดกำลังซื้อผู้บริโภคของท้ังชาวไทย และ ชาวต่างชาติให้ลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการ พักอาศัยตามแนวรถไฟฟ้าและสถานีปลายทางยังคงเป็นทำเลที่ได้รับ ความสนใจและมีศักยภาพสูงท้ังด้านการซื้อเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุน ดังน้ัน การโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดที่บริษัทฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จและ ส่งมอบตามสัญญาให้กับลูกค้ายังคงเป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งโครงการ ดิ เอส อโศก (The ESSE Asoke) และโครงการ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ (The ESSE at SINGHA COMPLEX) เนื่องจากต้ังอยู่ในทำเล ใจกลางเมืองที่เชื่อมต่อกับแนวรถไฟฟ้า ประกอบกับลูกค้าของท้ังสอง โครงการเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพทางการเงินจึงไม่ได้รับผลกระทบจาก มาตราการควบคุมสินเชื่อมากนัก ทำให้บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจนี้ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ส่วนในอีก 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจอาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่มีความผันผวน น้อยที่สุดในธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ เนื่องจากมีรายได้คงที่จากการให้เช่าระยะ 1-3 ปี และมีการผสมผสาน แนวคิดทั้งพื้นที่ทำงาน พื้นที่ร้านค้า และร้านอาหารไว้ในโครงการอย่างลงตัว ทั้งอาคารสำนักงาน สิงห์ คอมเพล็กซ์ และอาคารสำนักงานซันทาวเวอร์ส รวมท้ังการบริหารสัดส่วนของลูกค้าในกลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างสมดุล จึงเป็นฐานรายได้ที่สำคัญของบริษัทฯ มาโดยตลอด นอกจากนี้ ในต้นปี 2563 บริษัทฯ ยังได้ ลงทุนเข้าซื้อกิจการอาคารสำนักงานเมโทรโพลิศ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลใจกลางสุขุมวิท และมีศักยภาพในการเติบโต สูง เพื่อพัฒนาต่อยอดให้กับธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกของบริษัทต่อไป

ธุรกิจโรงแรม มีการเติบโตจากปี 2561 ภายหลังการเข้าซื้อโรงแรมในกลุ่ม Outrigger ช่วงกลางปี 2561 รวมทั้งการเปิดโรงแรม 2 แห่ง และพื้นที่ร้านค้าที่สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ภายในโครงการ CROSSROADS ทำให้ บริษัทฯ คาดหวังว่า ธุรกิจโรงแรมในปี 2563 จะสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทฯ ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ตามแผนที่วางไว้จากทุกโรงแรมที่กระจายอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั่วโลก รวมทั้งสิ้น 39 แห่ง

การนำธุรกิจโรงแรมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

จากแผนการขยายกิจการเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงได้นำธุรกิจโรงแรมเข้าระดมทุน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อประโยชน์ของทั้งบริษัทฯ และบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SHR) ในการนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนส่วนหนึ่ง ไปชำระเงินกู้ยืมที่ใช้ในการซื้อกิจการ ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ Net Debt to Equity และต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลงอย่าง มีนัยสำคัญ โดย ณ ส้ินปี 2562 มีสัดส่วนอยู่ที่ 0.77 เท่า ส่งผลให้บริษัทฯ มีความสามารถในการลงทุน เพิ่มขึ้น และยังสร้างกระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพอีกด้วย โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนส่วนที่เหลือ ผนวกกับ ศักยภาพทางการเงินที่แข็งแรงขึ้น จะสามารถรองรับการพัฒนาโครงการและขยายธุรกิจได้ต่อไป ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงดำรงสัดส่วนถือครอง SHR ที่ร้อยละ 60 ทำให้ SHR ยังคงถือเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ซึ่งในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SHR บริษัทฯ มุ่งหวังและจะผลักดันให้ SHR เติบโตในธุรกิจโรงแรม ท้ังในและต่างประเทศต่อไปในระยะยาว

การเติบโตเพื่อเป็น Global Holding Company

การมุ่งสู่การเป็น Global Holding Company เป็นแผนระยะยาวของบริษัทฯ ในการเติบโตและสร้างมูลค่า ให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงต้องเตรียมพร้อมทั้งโครงสร้างองค์กรที่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและมีความทุ่มเท เงินทุนเพื่อการขยายธุรกิจ ในโอกาสที่เหมาะสม จึงจะประสบความสำเร็จได้ บริษัทฯ จึงจัดโครงสร้างองค์กรที่แบ่งแยกการบริหารให้เป็น อิสระต่อกัน ประกอบด้วยคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหารของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ท้ังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย คือ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) และธุรกิจโรงแรม คือ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) เพื่อให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คัดสรรและพัฒนาทีมงานที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละด้านเพื่อการทำงาน ร่วมกันได้ในภาวะการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัทฯ พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกรักองค์กร และเมื่อต้นปี 2562 บริษัทฯ ได้ระดมทุนผ่านการจัดหาเงินทุนจากการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอส ไพรม์ โกรท และการนำธุรกิจโรงแรมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการจัดหาเงินทุนเพื่อการเติบโตต่อไป

คณะกรรมการและคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ผู้ร่วมทุน คู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วน เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ที่มอบความไว้วางใจและให้การสนับสนุน การดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยดีตลอดมา รวมถึงขอบคุณพนักงานทุกคนที่ทุ่มเท ทำให้บริษัทฯ ดำเนินการ ได้ตามเป้าหมายท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความท้าทายตลอดปี และขอให้เชื่อมั่นว่า ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท ของคณะผู้บริหารและพนักงานทุกคน ในการสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับ สิงห์ เอสเตท จะสร้างความภาคภูมิใจ และส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม และนำพาสิงห์ เอสเตท ไปสู่ การเป็นผู้นำในธุรกิจระดับสากลได้ในที่สุด



จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี

(ประธานกรรมการ)  

นริศ เชยกลิ่น

(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)


01
ภาพรวม
02
แบรนด์
03
ประวัติบริษัท
04
วิสัยทัศน์และพันธกิจ
05
สารจากประธานกรรมการ
06
คณะกรรมการ
07
โครงสร้างการจัดการ
08
ประวัติความเป็นมา