https://www.singhaestate.co.th/th/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3

12312312

chairman

สารจากประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ความพร้อมรับมือและการปรับตัวรับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว (Resilience) ซึ่งเกิดจากความเป็นนํ้าหนึ่งใจเดียวกันของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ เป็นหัวใจที่ทำให้บริษัทฯ สามารถฝ่าฟันวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเหนือสิ่งอื่นใด กลยุทธ์หลักที่บริษัทฯ ได้วางรากฐานไว้ตั้งแต่ต้น ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ในปี 2563 บริษัทฯ มีผลประกอบการที่น่าพึงพอใจ คือการดำเนินธุรกิจหลักที่หลากหลายทำให้โครงสร้างของรายได้มีความมั่นคง และบริหารการเงินด้วยความระมัดระวัง และมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ทำให้รักษาสภาพคล่องพร้อมทั้งศักยภาพในการเติบโตได้ในทุกสถานการณ์

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี 2563 ผ่านพ้นไปด้วยดีจากความร่วมมือร่วมใจของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ในการรับมือกับเหตุการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกอย่างฉับพลัน และส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทั้งรัฐและเอกชนในหลากหลายด้าน เริ่มจากความปลอดภัยในชีวิตที่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมเป็นลูกโซ่ไปถึงแบบแผนดำรงชีวิตประจำวัน การศึกษาในโรงเรียน การสาธารณสุขระดับประเทศ และการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ อย่างฉับพลันทันใด จนเกิดเป็นกระแสที่เรียกว่า New Normal และเป็นประเด็นทางสังคมที่กล่าวถึงกันอย่างแพร่หลาย 

สิ่งแรกและเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญเสมอมา คือความปลอดภัยของพนักงานและการรักษาสภาพการจ้างงาน โดยได้นำมาตรการด้านสุขอนามัยต่าง ๆ มาใช้ รวมถึงปรับวิถีการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อม ๆ กับการบริหารต้นทุนที่เหมาะสม ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากวิสัยทัศน์ในการวางแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจที่บริษัทฯ ได้เริ่มวางระบบไว้ตั้งแต่ปี 2561 ประสบการณ์ของผู้บริหาร รวมถึงความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเพรียงและเกิดประสิทธิผลสูงสุด นอกจากนี้ ในด้านของธุรกิจและผลประกอบการ ถึงแม้ว่าบริษัทฯ จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกับอีกหลายบริษัท ในอีกมุมหนึ่งผมมองว่าเป็นความโชคดีที่เกิดจากการที่บริษัทฯ ได้วางรากฐาน ทิศทางและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจไว้เป็นอย่างดีในหลายมิติ คือดำเนินธุรกิจหลักที่หลากหลาย (Business Portfolio Diversification) ทำให้บริษัทฯ ยังคงมีรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย ถึงแม้ว่าธุรกิจโรงแรมจะได้รับผลกระทบโดยตรง และในอีกมิติหนึ่ง  การลงทุนในโรงแรมแต่ละแห่งที่มีศักยภาพและกระจายอยู่ในหลายภูมิภาค (Geographical Diversification) ทำให้การฟื้นตัวของโรงแรมบางแห่งกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ดังเห็นได้จากโครงการ Crossroads ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ที่มีอัตราการเข้าพักในช่วงปลายปี 2563 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2564 ที่อยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 70 นอกจากนี้ ยังมีความโชคดีที่เกิดจากการดำเนินงานลุล่วงในช่วงเวลาที่เหมาะสม กล่าวคือ การนำเอาธุรกิจโรงแรมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเดือนธันวาคม 2562 ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีความผันผวนไม่มากและมีความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ทำให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มสภาพคล่องและลดอัตราหนี้สินต่อทุนได้ อันส่งผลให้บริษัทฯ ยังคงมีสถานะทางการเงินที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยยังคงรักษาความเป็นพรีเมียมของผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ในภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรง 

สำหรับทิศทางในปี 2564 นั้น บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์หลักเพื่อสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนไว้ 2 เรื่อง คือการมุ่งเน้นอสังหาริมทรัพย์แนวราบและการขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า และธุรกิจให้บริการด้านวิศวกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ สำหรับการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในแนวราบนั้น บริษัทฯ ได้ขายหุ้นในบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทฯ เอง โดยปราศจากเงื่อนไขป้องกันการดำเนินธุรกิจทับซ้อนระหว่างบริษัทฯ และ NVD ที่เคยกำหนดไว้ ส่วนการขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า และธุรกิจให้บริการด้านวิศวกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ เป็นอีกก้าวที่สำคัญที่เรากำลังเข้าสู่เฟสต่อไปของการพัฒนาธุรกิจของบริษัทฯ และเป็นการสร้างความเติบโตไปพร้อมกับหลักการที่บริษัทฯ ยึดมั่น คือความหลากหลายทางธุรกิจเพื่อความสมดุลและความยืดหยุ่น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ศึกษาโครงการลงทุนอย่างรอบคอบ และมองเห็นโอกาสในการสร้างผลกำไรผ่านโครงการลงทุนที่วางแผนไว้ โดยมุ่งหวังที่จะสร้างธุรกิจใหม่นี้ให้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักที่สามารถสร้างรายได้ประจำให้กับบริษัทฯ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 

อย่างไรก็ตาม ในทุกภาวการณ์ บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) โดยได้นำเอาแนวทางดังกล่าวผสมผสานให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน ทำให้ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2563 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของบริษัทฯ 

สำหรับการเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เพื่อการนำพาองค์กรสู่ก้าวต่อไปในการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและรวดเร็วในทุกมิติ ผมในฐานะตัวแทนคณะกรรมการบริษัทรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับบทบาทหน้าที่ใหม่ของคุณนริศในการดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการ ที่จะช่วยดูแลภาพรวมการเติบโตในอนาคตของบริษัทฯ นับจากนี้เป็นต้นไป และจากการวางแผนเรื่องการสืบทอดตำแหน่งไว้ล่วงหน้า จึงได้แต่งตั้ง คุณฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน มาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อดูแลธุรกิจที่คุณนริศได้ช่วยวางรากฐานขึ้นมา 

สุดท้ายนี้ ผมและคุณนริศขอขอบพระคุณผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกท่าน ที่ทุ่มเทและให้การสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ เสมอมา ขอให้ท่านมั่นใจว่าบริษัทฯ มีการวางแผน การบริหารจัดการ และความใส่ใจในการดำเนินงานเพื่อสร้างคุณค่าและความยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ 

จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี
(ประธานกรรมการ)  

นริศ เชยกลิ่น
(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)


01
ประวัติบริษัท
02
แบรนด์
03
วิสัยทัศน์และพันธกิจ
04
สารจากประธานกรรมการ
05
คณะกรรมการ
06
โครงสร้างการจัดการ
07
ประวัติความเป็นมา