https://www.singhaestate.co.th/th/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/the-esse-sukhumvit36-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89

12312312

BACK
“ดิ เอส สุขุมวิท 36” บีทีเอส ทองหล่อ คอนโดมาสเตอร์พีซ จาก สิงห์ เอสเตท พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้

กรุงเทพฯ – บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เผยโฉม “ดิ เอส สุขุมวิท 36” คอนโดมิเนียมลักชัวรี ติดบีทีเอส ทองหล่อ ภายใต้แนวคิด ”สมดุลแห่งความต่าง” อีกหนึ่งผลงานระดับมาสเตอร์พีซจากต้นแบบของงานสถาปัตยกรรมแบบบ้านเรือนไทย ประยุกต์เข้ากับการอยู่อาศัยในยุคใหม่ สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ 

นายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
กล่าวว่า ดิ เอส สุขุมวิท 36 โครงการร่วมทุนระหว่าง สิงห์ เอสเตท และฮ่องกง แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการมากมายในเอเชีย เป็นคอนโดมิเนียมสูง 43 ชั้น จำนวน 338 ยูนิต มูลค่าโครงการ 6,500 ล้านบาท ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “A Harmony of Contrast” หรือ “สมดุลแห่งความต่าง”  ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกบ้านเข้าอยู่ได้แล้ววันนี้ โดยโครงการตั้งอยู่บนหนึ่งในทำเลที่ดีที่สุดของสุขุมวิท ติดกับรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ แหล่งรวมไลฟ์สไตล์และที่พักอาศัยในระดับบนของกรุงเทพฯ รวมทั้งยังเป็นทำเลยอดนิยมของชาวต่างชาติ จึงทำให้ทำเลนี้เป็นที่ต้องการและมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของลูกค้าในระดับบนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ต้องการซื้อเพื่อพักอาศัยเองและลงทุน 

"ดิ เอส สุขุมวิท 36" พัฒนาขึ้นจากแนวคิดสมดุลของความต่าง เป็นการหลอมรวมอัตลักษณ์ของความเป็นไทย กับเทรนด์การอยู่อาศัยในยุคปัจจุบันเข้าด้วยกัน สถาปัตยกรรมที่สร้างในเขตร้อนอย่าง บ้านเรือนไทย ได้ถูกนำมาประยุกต์ในการออกแบบตัวอาคาร อาทิ การเปิดช่องให้ลมผ่านหรือการยกพื้นใต้อาคารเพื่อให้มีการไหลเวียนของอากาศภายใน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการระดับมาสเตอร์พีซที่สะท้อนถึงแนวคิดการดำเนินธุรกิจพักอาศัยของ สิงห์ เอสเตท ที่มุ่งเน้น 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1) การอยู่อาศัยอย่างสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต (Smart Living) 2) การอยู่อาศัยแบบสุขภาพดี (Healthy Living) และ 3) การอยู่อาศัยแบบยั่งยืน (Sustainable Living) และเพื่อส่งมอบคุณภาพของโครงการในระดับ Best in Class ซึ่งเรียกได้ว่านอกจากจะเป็นโครงการระดับมาสเตอร์พีซ แล้ว ยังเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืน (Sustainability Design) อีกด้วย” นายณัฐวุฒิ กล่าว

######

 

SHARE