https://www.singhaestate.co.th/th/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%97-%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A1

12312312

BACK
สิงห์ เอสเตท ส่งมอบถุงแยกขยะติดเชื้อให้กทม. อีกกว่า 180,000 ถุง พร้อมจับมือพันธมิตรสนับสนุนอาหารทีมบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ติดเชื้อที่โรงพยาบาลสนาม

สิงห์ เอสเตท ส่งต่อความห่วงใย และสนับสนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าในการต่อต้านไวรัสโควิด-19 เดินหน้าเตรียมส่งมอบถุงแยกขยะติดเชื้อให้กับกทม. เพิ่มเติมอีก 181,220 ถุง เพื่อนำไปใช้ผ่านสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดการขยะติดเชื้อทั่วกทม. รวมถึงโรงพยาบาลสนามต่างๆ โดยการกลับมาระบาดรอบนี้ค่อนข้างรุนแรงกว่าเดิม ส่งผลให้เกิดขยะติดเชื้อมากขึ้นด้วยเช่นกัน และนอกจากนี้ สิงห์ เอสเตท ยังจับมือกับพันธมิตร บมจ.ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ บมจ.ทานตะวันอุตสาหกรรม บมจ.บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม (เกรซ ภาชนะเพื่อชีวิตปลอดภัย) และน้ำมันพืชองุ่น สนับสนุนอาหารถูกสุขอนามัย 2 มื้อ เที่ยงและเย็นจากร้านอาหารซันพลาซ่าสำหรับทีมปฏิบัติงานด้านสุขอนามัยของกทม. และผู้พักรักษาตัว ที่โรงพยาบาลสนาม ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา (บางบอน) ตลอด 1 เดือน ซึ่งโครงการส่งต่อความห่วงใยในครั้งนี้นอกจะได้ส่งกำลังใจไปให้บุคลากรทางการแพทย์, เจ้าหน้าที่กทม. และผู้ป่วยแล้ว ยังได้ช่วยสนับสนุนอุดหนุนอาหารจากผู้เช่าพื้นที่ในช่วงนี้ อีกด้วย

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาชุนชม สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมมือกันจากทุกภาคส่วน เพื่อช่วยกันป้องกัน สนับสนุน และดูแลชุมชม ให้มีความปลอดภัย เพื่อก้าวผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระลอกที่ 3 ซึ่งค่อนข้างรุนแรงกว่าเดิมไปด้วยกัน โดยล่าสุดได้สนับสนุนถุงสำหรับแยกขยะติดเชื้อให้กับกรุงเทพมหานครเพิ่มเติมอีก 181,220 ถุง เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน

นายชนพัฒน์ เตชะตันติวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บมจ. สิงห์ เอสเตท กล่าวว่า ที่ผ่านมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบกันไปถึงทุกๆ ฝ่าย โดยทางบริษัทฯ นอกจากจะให้ความสำคัญด้านการดำเนินงาน การดูแลพนักงาน รวมถึงคู่ค้าแล้ว ก็ยังได้ให้ความร่วมมือ และความช่วยเหลือในส่วนอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะการสนับสนุนหน่วยงานหลักอย่าง กรุงเทพมหานคร ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ควบคุม และป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในภาคสนาม โดยหนึ่งภารกิจสำคัญคือการควบคุมและจัดการขยะติดเชื้อที่เกิดขึ้นทุกๆ วัน อาทิ หน้ากากอนามัย, กระดาษชำระ, ถุงมือ หรือของใช้จากผู้ที่ติดเชื้อ เป็นต้น โดยขยะเหล่านี้เป็นขยะที่ต้องแยก และจัดการอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนต่อไป ทั้งนี้ที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ได้มีการสนับสนุนถุงแดงสำหรับแยกขยะติดเชื้อมาโดยตลอด และล่าสุดนี้เตรียมพร้อมสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 181,220 ถุง เบื้องต้นคาดว่าจะเพียงพอสำหรับใช้ในระยะเวลาตลอด 1 เดือนจากนี้ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

“นอกจากการรณรงค์ป้องกันตัวจากไวรัสโควิด-19 เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ แล้ว การบริหารจัดการเรื่องขยะติดเชื้อก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งสิงห์ เอสเตท ให้ความสำคัญและรณรงค์ด้านการจัดการขยะอย่างถูกวิธีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในครั้งนี้เราได้เตรียมสนับสนุนถุงแยกขยะติดเชื้อเพิ่มเติมให้กับอีก 3 หน่วยงานหลักของกรุงเทพมหานครที่เป็นกำลังสำคัญอย่างมากในการรับมือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ณ ขณะนี้ ประกอบด้วย สำนักสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่จัดการขยะที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะต้องแยกขยะติดเชื้อก่อนนำไปทำลาย จำนวน 20,420 ใบ สำนักอนามัย จะแจกจ่ายถุงแยกขยะติดเชื้อนี้ไปยังศูนย์บริการสาธารณสุขในสังกัด 69 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร และอีกส่วนจะนำมาจัดรวมไว้ในชุดกักตัวของผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จำนวน 40,800 ใบ และสำนักการแพทย์ ซึ่งจะนำไปใช้หลักที่โรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนามในสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 120,000 ใบ”

นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันทุกหน่วยงานได้บูรณาการความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ครั้งนี้ โดยทางกทม.เองได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนร่วมสนับสนุนวัสดุและอุปกรณ์ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน สำหรับการจัดการขยะติดเชื้อเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากขยะดังกล่าวต้องได้รับการจัดการอย่างถูกหลักสุขาภิบาล เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ (15 ธ.ค.63 – 12 เม.ย.64) กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมถึงขยะหน้ากากอนามัยที่เก็บขนและกำจัดจากสถานพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และสถานที่สำหรับผู้กักตัว เช่น บ้านพักอาศัย สถานที่กักตัวของรัฐและโรงแรมทางเลือกสำหรับผู้กักตัว รวมทั้งสิ้น 1,366.29 ตัน หรือเฉลี่ย 11.48 ตันต่อวัน 

“ที่ผ่านมากทม.ได้ตั้งวางถังรองรับหน้ากากอนามัยเป็นการเฉพาะ (สีส้ม) ในพื้นที่สาธารณะกว่า 1,000 จุด พร้อมรณรงค์ประชาสัมพันธ์การแยกทิ้งหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี ซึ่งได้รับความร่วมมือในการคัดแยกเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน สำหรับการสนับสนุนถุงขยะติดเชื้อจากภาคเอกชนเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งความร่วมมืออันดีที่จะช่วยขับเคลื่อนภารกิจการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกรุงเทพมหานคร ด้านการจัดการขยะติดเชื้อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะได้แจกจ่ายถุงขยะติดเชื้อให้กับสถานพยาบาลในสังกัดกทม. รวมถึงโรงพยาบาลสนาม และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมขยะติดเชื้อและนำไปกำจัดตามหลักสุขาภิบาลต่อไป” กทม. กล่าว
 

SHARE