https://www.singhaestate.co.th/en/s-blog/%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19

12312312

BACK
24 Jul 2020

จะทำกำไรจากตลาดหุ้นอย่างไร ในช่วงโควิด-19

ถ้าพูดถึงสินทรัพย์การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงและได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ของโลก ก็คงหนีไม่พ้น "หุ้น" และช่วงเวลาที่ผ่านมาโลกเราได้เผชิญกับโควิด-19 ที่ทำให้ทั่วโลกต้องเข้าสู่สภาวะปิดเมือง (Lockdown) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับมีช่วงที่เราเรียกกันว่าวิกฤตน้ำมันที่ทำให้ราคาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า (Oil Future) มีค่าติดลบ เรียกว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเปรียบเสมือนว่าซื้อน้ำมันแล้วแถมเงินเลยก็ว่าได้

ทำให้ในช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกเทกระจาดปรับตัวลดลงมากกว่า 40-50% และหุ้นบางตัวโดยเฉพาะหุ้นสายการบินนั้นได้รับผลกระทบจากการปิดเมืองทางตรงก็ปรับตัวลดลงมากกว่า 50-60% เลยทีเดียว

แต่หลังจากที่มีข่าวเรื่องผลทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 จากบริษัทชั้นนำต่าง ๆ รวมไปถึงข่าวเรื่องการควบคุมการแพร่เชื้อได้ดีมากขึ้น ก็ดูเหมือนว่าตลาดหุ้นจะดีดกลับมาได้อย่างรวดเร็ว หากดูจากตลาดหุ้นไทยตอนนี้ก็ปรับตัวมาจากจุดต่ำสุดมากว่า 400 จุดแล้ว

ถามที่น่าสนใจก็คือ ตลาดหุ้นขึ้นแบบนี้แปลว่าวิกฤตจบแล้วหรือเปล่า ? แบบนี้ยังเข้าลงทุนได้อยู่หรือไม่ ? ตลาดหุ้นแพงไปหรือไม่ ? หรือว่าตอนนี้ไม่ควรซื้อถือเงินสดแล้วรอช้อนหุ้นดีกว่า ช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน คำถามและความงงของนักลงทุนจะเกิดขึ้นเสมอ วันนี้เรามาดูวิธีการทำกำไรจากตลาดหุ้นในช่วงโควิด-19 กันดีกว่า

เมื่อตลาดมีความผันผวนและแนวโน้มของเศรษฐกิจยังไม่แน่ชัด ต้องใช้กราฟเข้ามาช่วยประกอบการตัดสินใจเสมอ

ต้องบอกก่อนว่าเวลาที่เราลงทุนในตลาดหุ้นนั้น เราสามารถใช้หลักการลงทุนได้ทั้งหมด 2 แบบ หลักการแรก คือ ลงทุนเชิงพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ที่เน้นดูงบการเงินเพื่อประเมินมูลค่าของกิจการเพื่อที่เราจะได้ตอบตัวเองได้ว่าหุ้นตัวนี้ถูกหรือแพง

หลักการที่สอง คือ การลงทุนเชิงเทคนิค (Technical Analysis) เป็นวิธีการลงทุนที่เน้นดูแนวโน้มของราคาว่าเป็นอย่างไร ถ้าเส้นราคาหรือกราฟมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องก็เป็นไปได้ว่าแนวโน้มอยู่ในขาขึ้น และถ้าราคาปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องก็แปลว่าหุ้นอยู่ในขาลงนั่นเอง

ในช่วงเวลานี้เราจะเห็นได้ว่างบการเงินมีแนวโน้มออกมาไม่ดีด้วยกันทั้งสิ้น แต่ราคากลับปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง เหตุผลหนึ่งก็เพราะว่านโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลทั่วโลกทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่าเงินล้นโลก ทำให้เงินบางส่วนไหลเข้ามาในตลาดทุน ประกอบกับการคาดการณ์เชิงบวกต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของวิกฤตโควิด-19 ที่มีโอกาสที่จะควบคุมได้ ทำให้ตลาดคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวในอนาคตได้

ซึ่งต้องบอกว่าในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนลักษณะนี้ รวมไปถึงมีการปรับขึ้นของราคาที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานของกิจการ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงทุนช่วงนี้ก็คือ การดูกราฟเพื่อหาแนวโน้มของราคา ถ้าหุ้นยังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นเรื่อย ๆ ก็สามารถซื้อตามแนวโน้มได้ แต่ถ้าเมื่อแนวโน้มของราคามีการเปลี่ยนทิศทางไปเราต้องขายทิ้งหรือตัดขาดทุนโดยทันที 

ตามหลักลงทุนเชิงพื้นฐาน (Fundamental Analysis) แล้ว ช่วงเวลานี้จึงเหมาะกับการทำการบ้านหาหุ้นที่ “ราคาต่ำกว่ามูลค่า” เตรียมไว้ และเมื่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านพ้นไป กำไรของบริษัทต่าง ๆ ก็จะเริ่มกลับมาตามเดิม ทิศทางตลาดหุ้นเริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้น เราจะได้ซื้อหุ้นได้ทันทีไม่ต้องมานั่งหาหุ้นใหม่อีกครั้ง เพราะในช่วงเวลานั้นถ้าหากเรามัวแต่หาหุ้นที่น่าสนใจ ราคาก็อาจจะอาจดีดกลับไปจนไม่น่าลงทุนแล้วก็เป็นได้

การรู้จักเครื่องมือการลงทุนที่เยอะขึ้นช่วยสร้างโอกาสในการทำกำไรในสภาวะตลาดหุ้นที่มีความผันผวนได้

สำหรับใครที่อยู่ในตลาดหุ้นมาสักระยะหนึ่ง เราจะเห็นได้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ตลาดมีความผันผวนที่สูงมากปรับตัวลงวันหนึ่ง 2-3% เป็นเรื่องปกติ เมื่อเวลามีข่าวดีก็พร้อมบวกขึ้นทันที และเมื่อมีข่าวลบก็พร้อมจะถูกเทขายทันทีเช่นกัน หลักการโดยทั่วไปแล้วการทำกำไรจากตลาดหุ้นต้องซื้อให้ถูกและขายให้แพงกว่าที่ซื้อถึงจะได้กำไร

แต่ ณ ปัจจุบัน เครื่องมือทางการเงินได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องถึงแม้แนวโน้มตลาดหุ้นเป็นขาลงก็สามารถทำกำไรได้เช่นกัน โดยเราสามารถทำกำไรจากตลาดขาลงผ่านเครื่องมือทางการเงินที่เรียกว่า Derivative Warrant (DW), Option หรือ Futures อย่าง Derivative Warrant (DW) เองก็เป็นที่นิยมสำหรับการใช้เก็งกำไรตลาดหุ้นในช่วงที่เป็นขาลงอย่างมาก เพราะมีความสะดวกที่สุด สามารถซื้อผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นทั่วไปได้เลย ไม่ต้องไปเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายใหม่ นอกจากนี้ DW ก็มีให้อัตราทด (Gearing Ratio) ให้เลือกลงทุนที่หลากหลายตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ของนักลงทุน แต่ข้อควรระวังในการใช้ DW ก็คือ ต้องดู “ตาราง” อัตราทดและค่าเสื่อมของราคาให้ดี ผลตอบแทนที่สูงมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงเสมอ ดังนั้นแล้วการศึกษาหาข้อมูลก่อนการลงทุน จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนทุกควรทำเป็นอย่างยิ่ง

ลงทุนในตลาดหุ้นห้ามมองข้ามผู้เล่นรายใหญ่

ปัจจัยหนึ่งที่กำหนดแนวโน้มทิศทางของตลาดหุ้นมาโดยตลอดก็คือ "นักลงทุนรายใหญ่" สำหรับนักลงทุนรายใหญ่หลัก ๆ ในตลาดหุ้นบ้านเราก็คงหนีไม่พ้น "นักลงทุนสถาบัน' และ "นักลงทุนต่างประเทศ" หรือที่เรามักจะเรียกเค้าว่าพี่หรั่ง ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นักลงทุนสถาบันบ้านเราแทบจะซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง ประกอบพี่หรั่งเองก็กลับมาซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนมิถุนายน เนื่องจากแนวโน้มการควบคุมโควิด-19 ดูดีกว่าพื้นที่อื่น ๆ อย่างยุโรปหรืออเมริกาอย่างมาก

สิ่งที่เราควรจับตามองผู้เล่นรายใหญ่ทั้ง 2 คนให้ดี ก็เพราะว่าถ้าหยุดซื้อแล้วหันกลับมาเป็นฝั่งขายแทนเมื่อไหร่ ก็เป็นไปได้ว่าตลาดก็พร้อมจะกลับทิศทางมาเป็นขาลงได้ทันที

ช่วงนี้อาจจะไม่สามารถเรียกว่าเป็นช่วงที่สามารถลงทุนได้ดีสักเท่าไหร่ อาจจะต้องใช้คำว่า "เก็งกำไร" มากกว่า เนื่องจากมีการคาดการณ์แนวโน้มของงบการเงินต่าง ๆ ยังออกมาดูไม่ดีเท่าที่ควร ณ เวลานี้ ซึ่งถ้าเกิดปัจจัยด้านลบอย่างเช่น เกิดการระบาดของโควิด-19 รอบที่ 2 หรือเกิดการผิดนัดชำระเงินของหลาย ๆ บริษัท ก็มีโอกาสที่ตลาดหุ้นจะเทกระจาดอีกครั้งได้เช่นกัน

SHARE